วันพฤหัสบดีที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2555

ลอยสักสุดยอดและวิธีการดูแล

Asking Alexandria-------- Ben Bruce



Suicide Silence -----Mitch Lucker


Bring me the horizon ----- Oliver Sykes





















โดยทั่วไปแล้วลอยสักจะมีลวดลายและสีส้นสวยแปลกตาไม่ซ้ำใครแต่เมื่อได้มาเห็นลอยสัก
สุดยอดพวกนี้ จะดูสึกว่าแปลกและกล้าสักไปได้อย่างไร

                                                

  รอยสักรูปปลาโลมา






เฮน เบรก วัย 33 ปี ชาวนอร์เวย์ ได้เสียแขนของเขาไปจากอุบัติเหตุรถไฟทับในวัยเด็ก จึงทำให้เขาต้องตัดแขนข้างขวาทิ้ง เหลือเพียงแขนส่วนที่กุดสั้น ๆ เท่านั้น เขารู้ว่าส่วนของแขนที่กุดลงดูแล้วคล้ายกับหัวปลาโลมา  ดังนั้น เขาจึงขอให้ นายวาลิโอ สกา ช่างสักลายชาวบัลแกเรีย เป็นคนสักแขนกุดของเขาให้กลายเป็นรอยสักรูปโลมาแบบ 3 มิติ ซึ่งช่างสักลายใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น



รอยสักรูปทรงผมสกินเฮด




                      หากใครที่มีปัญหาศีรษะล้าน อาจจะใช้วิธีการสวมวิก หรือปัดผมด้านข้างมาปิด แต่ตอนนี้ ร้านสักแห่งหนึ่งในอังกฤษ สามารถปกปิดอาการหัวล้าน ด้วยการสักผมให้ดูคล้ายกับผมทรงสกินเฮด โดยร้านสักแห่งนี้ ตั้งอยู่ในเมืองเบอร์มิ่งเเฮม ของอังกฤษ ซึ่งทางร้านใช้วิธีการสักแบบนุ่มนวล เพื่อเปลี่ยนศีรษะล้านให้กลายเป็นผมทรงสกินเฮด หรือคล้ายกับผมตัดสั้นเกรียน ส่วนขั้นตอนในการทำที่ทางร้านเรียกว่า วิธีการจำลองรูขุมขนนั้น ใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ แต่ทางร้านยังต้องนัดลูกค้ามาเรื่อย ๆ เพื่อติดตามผล


รอยสักทั่วใบหน้า


         โดยทั่วไปแล้ว คนทั่วไปมักจะสักเล็ก ๆ ตามเเขน ขา หรืออวัยวะอื่น ๆ แต่บางคน กลับชื่นชอบการสักบนในหน้า ซึ่งการสักแบบนี้ เป็นหนึ่งในการสักที่ดูแล้วบ้าคลั่งมากที่สุด เมื่อคำนึงถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาในสายตาของผู้คนในสังคม



ข้อมูลอ้างอิงจาก:::
http://hilight.kapook.com/view/68706
http://speedballzee.wordpress.com/2011/06/12/rick-genest-is-way-hotter-as-a-zombie/


การดูแลรอยสัก
-หลังจากที่ ขบวนการสักเสร็จสิ้นลง ช่างสักจะทายาให้ทั่วบริเวณรอยสักใหม่ ด้วยแอนตี้เซปติกครีม แล้วปิดรอยสักด้วย ผ้าพันแผลที่ไม่ใช่แบบผ้าก็อต แต่เป็นแผ่นพลาสติกใสบางๆ

-ให้ปิดผ้าพันแผลไว้อย่างน้อยประมาณ 4ชั่วโมงครับ ทำไมต้อง4ชั่วโมง? เพราะว่าร่างกายของมนุษย์โดยทั่วไป จะใช้เวลาระหว่าง ครึ่งชั่วโมง-3ชั่วโมง เปลี่ยนสถานะของเลือด จากของเหลวจนถึงสภาพหนืด หรือหมายถึงเลือดเริ่มหยุดไหล ในเวลาระหว่างนั้นนั่นเองครับ

-ซึ่งถ้าคุณเอาผ้าพันแผลออกก่อนเวลานั้น แล้วเลือดของคุณยังคงซึมๆอยู่นั้น หรือเลือดเปลี่ยนสถานะ กลายเป็นน้ำเหลือง(น้ำเลือดใสๆ) ที่ยังคงซึมออกมาตามรอยสักใหม่นั้น และเมื่อคุณปล่อยให้มันแห้งเองบนรอยสักใหม่นั้นแบบนั้น ซึ่งทำให้พื้นผิวด้านบน ของรอยสักนั้นมีชั้นของน้ำเหลืองที่แห้งหนากว่าปรกติ ที่ควรจะเป็น มาปกคลุมรอยสักใหม่ของคุณ (ซึ่งรอยสะเก็ดนี้คุณไม่ควรที่จะแกะหรือเกา รอยสะเก็ดนั้นๆ) นั่นหมายความว่า ระยะเวลาของการรักษาแผลนานกว่าปรกติ และมีโอกาสเสี่ยงกับการพลาด เมื่อคุณเผลอไปแกะหรือเกา โดยไม่ได้ตั้งใจ หรือตั้งใจก็ตาม ซึ่งจากการแกะหรือเกาสะเก็ดแผลดังกล่าว หมายถึงคุณกำลังขุดสีที่รอยสักออก เป็นผลทำให้สีหลุดหายไป จากบริเวณนั้นของรอยสักคุณ

-หลังจากนั้น(ผ่าน4ชั่วโมง+) ให้นำผ้าพันแผลออก ซึ่งบางครั้งก็เป็นการง่ายที่จะเอาออก แต่ถ้าคุณมีความรู้สึกว่า ผ้าพันแผลดังกล่าวติดกับรอยสักชิ้นใหม่ของคุณอยู่นั้น ให้หยุดการแกะทันทีครับ ให้ใช้การเปิดน้ำไหลผ่าน แล้วค่อยๆลูปบริเวณ ผ้าพันแผลเบาอย่างนุ่มนวล จนกว่าผ้าพันแผลจะหลุดออก อย่ารีบดึงออกในทีเดียวครับเพราะจะทำให้พื้นผิวรอยสักของคุณเกิดความเสียหายได้ ถ้าลองครั้งแรกด้วยน้ำแล้วผ้าพันแผลยังไม่ออก พยายามลองทำไปเรื่อยอย่างช้าๆ ใจเย็นๆครับ ดีกว่าการที่คุณใจร้อนดึงออกแล้ว การรักษายาวนานกว่าหรือ แม้แต่การที่คุณเอาสีสัก ที่ติดกับผ้าพันแผลนั้นออกไปด้วย(งานสักคุณ ก็จะเกิดรอยโหว่บริเวณดังกล่าว)

-จากนั้น ล้างรอยสักด้วยการผ่านน้ำ หมายถึงการอาบน้ำด้วยฝักบัว หรือเปิดน้ำไหลในขณะที่ล้าง ด้วยน้ำอุ่นๆ กับสบู่อ่อนๆจากนั้น ซึ่งสบู่ที่แนะนำให้ใช้ ควรเป็นสบู่ชนิด ที่ไม่มีสารประกอบดังนี้ มีน้ำหอมผสมอยู่, สารระงับกลิ่นกาย, มีสารปรับสภาพผิว หรือผสมด้วยสารบำรุงผิวให้อ่อนนุ่ม ฯลฯ ทางที่ดีควรใช้สบู่สำหรับเด็กจะดีที่สุดครับ

-เมื่อคุณล้างรอยสักใหม่เสร็จแล้ว คราวนี้ก็มาถึงการซับให้แห้ง ผมแนะนำให้ใช้กระดาษเช็ดมือแบบหนาแต่นุ่ม(ที่ม้วนจะใหญ่ๆ ความสูงเป็น2เท่าของทิชชู่ ขนาดปกติ) ซับและเช็ดรอยหรือคราบเลือดและน้ำเหลืองออกให้มากที่สุด แต่ต้องทำอย่างนุ่มนวลนะครับ จำไว้อย่างหนึ่งครับ ว่าเลือดหรือน้ำเหลืองที่แห้งหมายถึงสะเก็ดแผลที่หนา, ไม่มีเลือดหรือน้ำเหลืองแห้ง หมายถึงผิวหนังอ่อนๆแบบธรรมชาติ(ไม่มีสะเก็ดนั่นเอง)

-เมื่อเช็ดรอยสักใหม่ของคุณ แห้งแล้ว(ขั้นตอนหลังจากการล้างทำความสะอาด) ปล่อยทิ้งไว้ซักระยะประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนที่จะทำการทายาบางๆ

-พยายามล้างรอยสักใหม่ ทุกๆ3ชั่วโมง หลังจากที่คุณนำผ้าพันแผลออก นี่เป็นวิธีการที่ทำให้คุณมั่นใจว่า จะไม่เกิดคราบเลือดหรือน้ำเหลือง เกาะติดบริเวณพื้นผิวด้านหน้า ของรอยสักใหม่

-ห้ามใช้ ครีมทาสำหรับริดสีดวงทวาร(ฟังดูแล้วไม่น่าเชื่อครับ แต่มีหลายๆคนใช้ครีมประเภทนี้กับรอยสัก ????) และครีม ทุกๆครีมที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนคอร์ติโซน(Cortissone) ชนิดที่มาจากเปลือกหมวกไต ใช้สำหรับรักษาโรคไขข้ออักเสบหรืออาการภูมิแพ้บางอย่าง ซึ่งผสมอยู่ในครีมมาใช้รักาารอยสักใหม่ (พบในครีมประเภท ซีม่า ที่ใช้สำหรับรักษาโรคผิวหนัง) ซึ่งครีมเหล่านี้ ทำให้สีสักหลุดออกหมด(ต่ำสุดก็ประมาณ50เปอร์เซ็นที่ คุณต้องเสียสีที่อยู่ในรอยสัก) ในขณะช่วงระยะเวลาการรักษารอยสัก เพื่อนช่างสักของผมเคยเจอลูกค้าที่ใช้ครีมประเภทนี้ ซึ่งทั้งๆที่เขาได้บอกและอธิบายอย่างละเอียดยิบ ของขั้นตอนที่ควรปฏิบัติอย่างดีแล้ว ประมาณ10กว่าวัน ลูกค้าคนนั้นกลับมาด้วย รอยสักที่แถบมองไม่ออกเลยว่าเป้นภาพอะไร??? ช่างสักส่วนมาก ยินดีและอยากที่จะซ่อมงานสัก ที่ช่างได้ทำอยู่แล้วครับ เพราะไม่อยากให้งานของตัวเองออกไป แบบเสียๆแน่ๆ แต่เจอแบบนี้เข้าก็แถบร้องไห้เหมือนกันครับ เพราะมันแถบต้องเริ่มแก้งานกันใหม่หมด ทั้งๆที่ไม่ใช่ความผิดของช่างสักเลย แล้วก็ครีมประเภทปาล์ม ที่มีส่วนผสมของน้ำมันปิโตเลียม(ไขมันปลาวาฬ) อโลเวล่า หรือว่านหางจระเข้ (ใช่ครับมันดีต่อสุขภาพผิวหนัง แต่ไม่ส่งผลดีกับรอยสักเลยครับ) และก็ครีมหรือยาทุกชนิดที่มีส่วนผสมของ อัลกอล์ฮอล์(ทำให้ผิวหนังแห้ง แล้วก็ แสบแบบนรกเลยครับ)


( ช่างพลาย ,ข้อมูลการดูแลรักษาแผลสัก)

ข้อมูลอ้างอิงจาก : http://www.easytattoo.net/forum/viewtopic.php?t=138
http://www.easytattoo.net/forum/viewtopic.php?t=138

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น